กำลังใจ....ในวันที่เธอท้อแท้..แค่สัญญาว่าเธอไมท้อถอย
posted on 28 Mar 2008 15:44 by duoartistsinphuket
กริ๊งงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงง
เสียงโทรศัพย์ที่ดังขึ้นวันอาทิตย์
เป็นข่าวร้ายว่าพ่อชำนาญ รอดนิตย์ ตกต้นไม้ลงมาสูงกว่า6เมตร
ตอนนี้หมอกำลังทำการรักษาฉุกเฉิน ข่าวนี้ส่งถึงลูกทุกคน
หนูนุ้ยรับข่าวร้ายแล้วเสียสติไปหลายนาที ต้องปลอบให้ตั้งสติอีกครั้ง
เรา2คนและ1ตัว ตกลงกันว่าจะ
เดินทางข้ามไปที่โรงพยาบาลสุราษฐานี เดินทางด้วยน้องคิตตี้
ความเร็ว 55-60 เท่านั้น ใช้เวลาเดินทางถึงโรงพยาบาลตอนเที่ยงคืน กว่าๆ
พี่หลวง พี่สา พี่อุ๋ย และหลานๆนอนรอดูอาการของพ่ออยู่หน้าห้องผ่าตัด บรรยากาศแห่งความห่วงใยพ่ออบอวลไปในอากาศ
หากพ่อหายใจเข้าไปพ่อคงจะหายเจ็บร่างกาย
พ่อคงรู้ได้ถึงความห่วงใยของลุกๆทุกคน น้องเอถึงติดภารกิจงานใหญ่ต้องเดินทางไปเมืองจีนภายในไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้า แต่น้องเอก็ติดต่อตามข่าวอาการพ่อมาตลอด
หมอบอกว่าซี่โครงพ่อหัก3ซี่ ก้นกบและเชิงกรานหัก
เลือดคั่งในปอดต้องเจาะเลือดออก เมื่อเจาะเลือดแล้ว
พ่อเริ่มชาที่ปลายขา หมอต้องตรวจละเอียดอีกครั้ง
จึงพบว่าเส้นเลือดใหญ่ซึมและบวมอยู่ในขั้นอันตราย
ต้องผ่าตัดใหญ่ ด่วนที่สุดไม่งั้นเราอาจจะเสียพ่อไป
พี่อุ๋ยและพี่หลวงจึงตกลงใจให้หมอผ่าตัดพ่อ ระหว่างรอทุกคนกะวนกระวายใจ
ภาวนาให้อาการไม่ร้ายแรงมาก
4 ชั่วโมงที่แสนยาวนานเมื่อเดินทางด้วยเรือแห่งทุกข์
พ่อพ้นขีดอันตรายเบื้องต้น แต่ต้องรอดูอาการไม่ให้เติดเชื้อวันต่อวัน ... หน้าห้องผ่าตัด พวกเรานอนที่พื้นปูนแข็งๆปูด้วยเสื่อบางๆไม่มีหมอน ไม่มีผ้าห่ม ไม่มีพยาบาล ไม่มีทนาย ไม่มีศิลปิน ไม่มียศใดๆ ทุกคนที่ยอมนอนพื้นแ็ข็้งๆในที่นี้เราคือลูกพ่อ ลูกที่เคยขี่คอพ่อเล่น เคยเอาการบ้านมาอวด แข่งกันเป็นคนดีของพ่อ เป็นลูกที่ชาวสวนผู้ไม่ได้เรียนหนังสือไม่มีปริญญาใดๆ ทำงานหนักส่งลูกทุกคนจบปริญญาโท และสอนให้พวกเราไปค้นหาปริญญาชีวิตต่อ
วันที่ 2 ที่โรงพยาบาล เรากลัวว่าพ่อจะติดเชื้อ เมื่อเข้าเยี่ยมใข้นั้น เราต้องผ่านการล้างมือ เปลี่ยนเสื้อผ้า รองเท้า เยี่ยมไม่เกิน5นาที เพื่อป้องกันพ่อจากอาการแทรกซ้อน วันนี้หมอแจ้งข่าวว่า ...พ่ออาจจะต้องนั่งล้อเข็นเมื่อหาย ....พ่อไม่มีการตอบสนองจากเอวลงไปเนื่องจากเลือดไม่ลงไปเลี้ยง
พ่อจะทำใจได้ไหม ...พ่อไม่เคยหยุดทำงานเลย ปีนี้อายุ71ปี แต่พ่อยังสลับตัวเลขอยู่เสมอ 71..17...71..17
นี่คือเหตุว่าทำไมพ่อจึงขึ้นต้นไม้อยู่อีก ...ยังจำวันแรกที่พ่อกับเจด้าพบกันเมื่อ7ปีที่แล้ว อืมเจดาจะแกล้งเป็นคนอื่นเพื่อให้ผู้ใหญ่ถุกใจ หรือจะเป็นแบบที่ฉันเป็นดีหนอ .......ตัดสินใจเป็นตัวเอง
ูดูุพ่ออึ้งไปนิดหน่อยพอประมาณเมื่อเ็ห็้นรอยสักและ การพุดจาของเรา แต่เมื่อเรารุ้จักกันดีขึ้น และเห็นความบ้าที่เสมอต้นเสมอปลายของเจด้า นิสัยที่ชอบหยอกเล่น กระโดดโลดเต้น
พ่อก็เริ่มเข้าใจโลกใบเล็กๆของเรา สงสัยพ่อจะปรับตัวมาบ้างเป็นระยะจากการมีลูกชายเป็นศิลปิน
มีลูกสะใภ้เป็นศิลปินอีก ที่ประทับใจคือพ่อไม่เคยก้าวก่ายว่าเจด้าทำไมไม่จัดงานแต่งงาน ทำไมไม่มีลูก
ทำไมไม่ทำผมเหมือนคนอื่น ทำไมเป้นผู้หญิงที่แข็งและทำไมบ้า พ่อยอมรับในสิ่งที่เจด้าเป็น
วันหนึ่งพ่อบอกว่า...ลูกด้า พ่อทำประกันให้นะเวลาเจ็บไข้จะได้รักษา ...รักที่พ่อให้ลุกทุกคนยังมีเหลือเผื่อสะใภ้จอมซนคนนี้ด้วย พ่อพุดน้อยแต่ได้ใจความเสมอ
อีกคำที่จำได้ดีคือ ช่วงที่เจด้าขายงานได้มากแต่ไม่มีเงินเหลือเลย พ่อพุดแค่ว่า ลูกเ๋อ๋่ยไม่สำคัญหรอกว่าเราจะทำงานได้ปีละกี่สิบล้าน สำคัญที่เราเหลือกี่บาท.....
......................................................................................................
.พ่อเริ่มรู้สึกตัว ขยับมือได้บ้าง พูดไม่ได้ งดอาหารและน้ำมา5วันแล้ว มีสายระโยงระยางไปรอบมีเครื่องประหลาดส่งเสียงได้อยู่รอบตัวพ่อ มีไฟกระพริบเขียวแดงอยู่ทุกเครื่อง
ตัวพ่อบวมขึ้นมากๆ ไม่อยากเห็นภาพอย่างนี้ เจดาเริ่มร้องให้ ไม่เอาต้องแข้มแข็งสิ ต้องไม่ร้องให้พ่อเห็น
เราต้องแข้มแข็งทุกคนไม่งั้นพ่อจะไม่มีกำลังใจ ทำไห้ความทุกข์เป็นเรื่องธรรมดา พ่อไม่ใช่ภาระของเราเหมือนดั่งเราไม่ใช่ภาระของพ่อเมื่อเยาว์วัย ทุกคนต้องทำให้ดีที่สุด
ปกป้องพ่อเหมือนดั่งที่พ่อปกป้องเรา .............
เรา2คนกลับมาภุเก็ต หลังจากพ่อฟื้น เพื่อลาพ่อมาแพ็คงานสำหรับงานแสดงที่กรุงเทพ พ่อยิ้มที่มุมปากน้อยๆ
เมื่อเจดาแซวว่าพ่อหล่อนะทาแป้งขาวเชียว และทำท่าประหลาดให้ดู...อันนี้สงวนลิขสิทธิ์ถ้าไม่สวยอาจโดนผู้ป่วยถีบได้คะ ....
........................................................................
.เมื่อเช้าพี่อุ๋ยโทรมาบอกว่าพ่อเขียนหนังสือได้ พ่อเขียนว่างานของเรา2คนเรียบร้อยดีไหม เป็นห่วง ....
..............................................................................................................................
พ่อจ๋าเมื่อภารกิจส่งงานไปแสดงเรียบร้อยลูกทั้ง2จะรีบขี่คิตตี้ไปหาจะพาเดี้ยงไปด้วย จะไปอ่านหนังสือให้ฟังนะ มีหนูหิ่น และ หนังสือของท่านว.วชิระเมธี พ่อจะฟังเล่มไหนก่อน
.....................................................................................................................
หลานกะอา นี่มาเฝ้าไข้นะไม่ได้มาจัดปิกนิกกัน
พี่ชายเพื่อนหนูนุ้ย เป็นตำรวจที่พุนพิน คนนี้เรียนหนังสือมาด้วยกัน ดูเสี่ยจังคะ
เดี๊ยงศักดิ์วันนี้เปลี่ยนชื่อเป็นเดี้ยงศรีคะ เพราะคนให้กระโปรงมา สวยไหมเคอะ
ข้างหลังคือโรงพยาบาลที่รักษาพ่อ
กลัวน้องฝนจะทำเค้าตก หลับตาปี๋เลย
เดี้ยงจะซื้อหนังสือไปอ่านให้ปู่ฟังครับ โบว๋ๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
ตังห์ไม่มีพอค่าหนังสือต้องหาตังห์เพิ่มคร้าบ เป็นนางแบบก็ดีนะ น้องเชลยรักหลบไปเลยนะ
อะ...อยากกินหมูแดงจัง
คุงลุงคุงป้าใจดีจังให้เดี้ยงเข้าร้านด้วยได้ แต่ว่าทำไมแค่2จานอะ ไหนของป๋ม
ยะฮู้ๆๆๆๆๆๆๆๆวิ่งรอบแม่น้ำตาปีเย็นดีแท้คร้าบบบบบบบบบ
หาที่เติมน้ำมันไม่เจอพาเดี้ยงหลงข้ามไปเกาะลำพู แต่เย็นสบายชื่นใจ
ก้มทำอะไรกันอะ....จ้ากมีตะปู4นิ้วอยู่ที่ล้อหลังคิตตี้ ยางรั่วเลย หมาเซ็งเลย
แม่ว่าสงสัยต้องดูแลคุงป้อหน่อย อันนี้ละกันไม่รู้จักว่ามันคืออะไร แต่ข้อความโดนใจเอามา2ขวด
กรุณาดูหน้าท่านป้อป๋มครับว่าอร่อยแค่ไหน
จะตายไหมเนี่ยเปลี่ยนแผนด่วน
ต้องจอมยุทธใจเย็นท่านนี้นี้เองที่จะช่วยพ่อได้
อาวุธของเค้าก็คือ แห้งชาม
และน้ำชาม
แล้วตูจะกินหมดไหมเนี่ย
หลังจากเจอท่านจอมยุทธพ่อก็เป็นอย่างนี้ทั้งคืน
เดี๊ยงช่วงนี้ต้องดูแลกิจการของร้านเพราะพ่อกะแม่ยุ่งมากๆ เนี่ยพี่จอยมาทำงานเดี๊ยงต้องเฝ้าเองครับ
ชวนเจ้าหมูอ้วนก็ได้แต่ยิ้ม ไม่ช่วยงานกันเลย
คู่นี้ก็จีบกันใหญ่ ไม่อยากขัดคอ
คุงป้อต้องเตรียมงานแสดง ตอนนี้ครบ50ชิ้นแล้วคร้าบ
คุงแม่จัดร้านใหม่แก้เครี%
ติดต่อ "ศิลปินคู่รัก" ค่ะ






















