กริ๊งงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงง

เสียงโทรศัพย์ที่ดังขึ้นวันอาทิตย์

เป็นข่าวร้ายว่าพ่อชำนาญ รอดนิตย์ ตกต้นไม้ลงมาสูงกว่า6เมตร

ตอนนี้หมอกำลังทำการรักษาฉุกเฉิน ข่าวนี้ส่งถึงลูกทุกคน

หนูนุ้ยรับข่าวร้ายแล้วเสียสติไปหลายนาที ต้องปลอบให้ตั้งสติอีกครั้ง

เรา2คนและ1ตัว ตกลงกันว่าจะ

เดินทางข้ามไปที่โรงพยาบาลสุราษฐานี เดินทางด้วยน้องคิตตี้

ความเร็ว 55-60 เท่านั้น ใช้เวลาเดินทางถึงโรงพยาบาลตอนเที่ยงคืน กว่าๆ

 

พี่หลวง พี่สา พี่อุ๋ย และหลานๆนอนรอดูอาการของพ่ออยู่หน้าห้องผ่าตัด บรรยากาศแห่งความห่วงใยพ่ออบอวลไปในอากาศ

หากพ่อหายใจเข้าไปพ่อคงจะหายเจ็บร่างกาย

พ่อคงรู้ได้ถึงความห่วงใยของลุกๆทุกคน น้องเอถึงติดภารกิจงานใหญ่ต้องเดินทางไปเมืองจีนภายในไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้า แต่น้องเอก็ติดต่อตามข่าวอาการพ่อมาตลอด

หมอบอกว่าซี่โครงพ่อหัก3ซี่ ก้นกบและเชิงกรานหัก

เลือดคั่งในปอดต้องเจาะเลือดออก เมื่อเจาะเลือดแล้ว

พ่อเริ่มชาที่ปลายขา หมอต้องตรวจละเอียดอีกครั้ง

จึงพบว่าเส้นเลือดใหญ่ซึมและบวมอยู่ในขั้นอันตราย

ต้องผ่าตัดใหญ่ ด่วนที่สุดไม่งั้นเราอาจจะเสียพ่อไป

พี่อุ๋ยและพี่หลวงจึงตกลงใจให้หมอผ่าตัดพ่อ ระหว่างรอทุกคนกะวนกระวายใจ

ภาวนาให้อาการไม่ร้ายแรงมาก

4 ชั่วโมงที่แสนยาวนานเมื่อเดินทางด้วยเรือแห่งทุกข์

 

พ่อพ้นขีดอันตรายเบื้องต้น แต่ต้องรอดูอาการไม่ให้เติดเชื้อวันต่อวัน ... หน้าห้องผ่าตัด พวกเรานอนที่พื้นปูนแข็งๆปูด้วยเสื่อบางๆไม่มีหมอน ไม่มีผ้าห่ม ไม่มีพยาบาล ไม่มีทนาย ไม่มีศิลปิน ไม่มียศใดๆ ทุกคนที่ยอมนอนพื้นแ็ข็้งๆในที่นี้เราคือลูกพ่อ ลูกที่เคยขี่คอพ่อเล่น เคยเอาการบ้านมาอวด แข่งกันเป็นคนดีของพ่อ เป็นลูกที่ชาวสวนผู้ไม่ได้เรียนหนังสือไม่มีปริญญาใดๆ ทำงานหนักส่งลูกทุกคนจบปริญญาโท และสอนให้พวกเราไปค้นหาปริญญาชีวิตต่อ

 

วันที่ 2 ที่โรงพยาบาล เรากลัวว่าพ่อจะติดเชื้อ เมื่อเข้าเยี่ยมใข้นั้น เราต้องผ่านการล้างมือ เปลี่ยนเสื้อผ้า รองเท้า เยี่ยมไม่เกิน5นาที เพื่อป้องกันพ่อจากอาการแทรกซ้อน วันนี้หมอแจ้งข่าวว่า ...พ่ออาจจะต้องนั่งล้อเข็นเมื่อหาย ....พ่อไม่มีการตอบสนองจากเอวลงไปเนื่องจากเลือดไม่ลงไปเลี้ยง

พ่อจะทำใจได้ไหม ...พ่อไม่เคยหยุดทำงานเลย ปีนี้อายุ71ปี แต่พ่อยังสลับตัวเลขอยู่เสมอ 71..17...71..17

นี่คือเหตุว่าทำไมพ่อจึงขึ้นต้นไม้อยู่อีก ...ยังจำวันแรกที่พ่อกับเจด้าพบกันเมื่อ7ปีที่แล้ว อืมเจดาจะแกล้งเป็นคนอื่นเพื่อให้ผู้ใหญ่ถุกใจ หรือจะเป็นแบบที่ฉันเป็นดีหนอ .......ตัดสินใจเป็นตัวเอง

ูดูุพ่ออึ้งไปนิดหน่อยพอประมาณเมื่อเ็ห็้นรอยสักและ การพุดจาของเรา แต่เมื่อเรารุ้จักกันดีขึ้น และเห็นความบ้าที่เสมอต้นเสมอปลายของเจด้า นิสัยที่ชอบหยอกเล่น กระโดดโลดเต้น

พ่อก็เริ่มเข้าใจโลกใบเล็กๆของเรา สงสัยพ่อจะปรับตัวมาบ้างเป็นระยะจากการมีลูกชายเป็นศิลปิน

มีลูกสะใภ้เป็นศิลปินอีก ที่ประทับใจคือพ่อไม่เคยก้าวก่ายว่าเจด้าทำไมไม่จัดงานแต่งงาน ทำไมไม่มีลูก

ทำไมไม่ทำผมเหมือนคนอื่น ทำไมเป้นผู้หญิงที่แข็งและทำไมบ้า พ่อยอมรับในสิ่งที่เจด้าเป็น

วันหนึ่งพ่อบอกว่า...ลูกด้า พ่อทำประกันให้นะเวลาเจ็บไข้จะได้รักษา ...รักที่พ่อให้ลุกทุกคนยังมีเหลือเผื่อสะใภ้จอมซนคนนี้ด้วย พ่อพุดน้อยแต่ได้ใจความเสมอ

อีกคำที่จำได้ดีคือ ช่วงที่เจด้าขายงานได้มากแต่ไม่มีเงินเหลือเลย พ่อพุดแค่ว่า ลูกเ๋อ๋่ยไม่สำคัญหรอกว่าเราจะทำงานได้ปีละกี่สิบล้าน สำคัญที่เราเหลือกี่บาท.....

......................................................................................................

.พ่อเริ่มรู้สึกตัว ขยับมือได้บ้าง พูดไม่ได้ งดอาหารและน้ำมา5วันแล้ว มีสายระโยงระยางไปรอบมีเครื่องประหลาดส่งเสียงได้อยู่รอบตัวพ่อ มีไฟกระพริบเขียวแดงอยู่ทุกเครื่อง

ตัวพ่อบวมขึ้นมากๆ ไม่อยากเห็นภาพอย่างนี้ เจดาเริ่มร้องให้ ไม่เอาต้องแข้มแข็งสิ ต้องไม่ร้องให้พ่อเห็น

เราต้องแข้มแข็งทุกคนไม่งั้นพ่อจะไม่มีกำลังใจ ทำไห้ความทุกข์เป็นเรื่องธรรมดา พ่อไม่ใช่ภาระของเราเหมือนดั่งเราไม่ใช่ภาระของพ่อเมื่อเยาว์วัย ทุกคนต้องทำให้ดีที่สุด

ปกป้องพ่อเหมือนดั่งที่พ่อปกป้องเรา .............

เรา2คนกลับมาภุเก็ต หลังจากพ่อฟื้น เพื่อลาพ่อมาแพ็คงานสำหรับงานแสดงที่กรุงเทพ พ่อยิ้มที่มุมปากน้อยๆ

เมื่อเจดาแซวว่าพ่อหล่อนะทาแป้งขาวเชียว และทำท่าประหลาดให้ดู...อันนี้สงวนลิขสิทธิ์ถ้าไม่สวยอาจโดนผู้ป่วยถีบได้คะ ....

........................................................................

 

.เมื่อเช้าพี่อุ๋ยโทรมาบอกว่าพ่อเขียนหนังสือได้ พ่อเขียนว่างานของเรา2คนเรียบร้อยดีไหม เป็นห่วง ....

..............................................................................................................................

พ่อจ๋าเมื่อภารกิจส่งงานไปแสดงเรียบร้อยลูกทั้ง2จะรีบขี่คิตตี้ไปหาจะพาเดี้ยงไปด้วย จะไปอ่านหนังสือให้ฟังนะ มีหนูหิ่น และ หนังสือของท่านว.วชิระเมธี พ่อจะฟังเล่มไหนก่อน

.....................................................................................................................

 

 

 

 

 

 

 

Photobucket

หลานกะอา นี่มาเฝ้าไข้นะไม่ได้มาจัดปิกนิกกัน

 

Photobucket

พี่ชายเพื่อนหนูนุ้ย เป็นตำรวจที่พุนพิน คนนี้เรียนหนังสือมาด้วยกัน ดูเสี่ยจังคะ

 

Photobucket

เดี๊ยงศักดิ์วันนี้เปลี่ยนชื่อเป็นเดี้ยงศรีคะ เพราะคนให้กระโปรงมา สวยไหมเคอะ

 

Photobucket

ข้างหลังคือโรงพยาบาลที่รักษาพ่อ

 

Photobucket

กลัวน้องฝนจะทำเค้าตก หลับตาปี๋เลย

 

Photobucket

เดี้ยงจะซื้อหนังสือไปอ่านให้ปู่ฟังครับ โบว๋ๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

 

Photobucket

ตังห์ไม่มีพอค่าหนังสือต้องหาตังห์เพิ่มคร้าบ เป็นนางแบบก็ดีนะ น้องเชลยรักหลบไปเลยนะ

 

Photobucket

อะ...อยากกินหมูแดงจัง

 

Photobucket

คุงลุงคุงป้าใจดีจังให้เดี้ยงเข้าร้านด้วยได้ แต่ว่าทำไมแค่2จานอะ ไหนของป๋ม

 

Photobucket

ยะฮู้ๆๆๆๆๆๆๆๆวิ่งรอบแม่น้ำตาปีเย็นดีแท้คร้าบบบบบบบบบ

 

Photobucket

หาที่เติมน้ำมันไม่เจอพาเดี้ยงหลงข้ามไปเกาะลำพู แต่เย็นสบายชื่นใจ

 

Photobucket

ก้มทำอะไรกันอะ....จ้ากมีตะปู4นิ้วอยู่ที่ล้อหลังคิตตี้ ยางรั่วเลย หมาเซ็งเลย

 

Photobucket

แม่ว่าสงสัยต้องดูแลคุงป้อหน่อย อันนี้ละกันไม่รู้จักว่ามันคืออะไร แต่ข้อความโดนใจเอามา2ขวด

 

Photobucket

กรุณาดูหน้าท่านป้อป๋มครับว่าอร่อยแค่ไหน จะตายไหมเนี่ยเปลี่ยนแผนด่วน

 

Photobucket

ต้องจอมยุทธใจเย็นท่านนี้นี้เองที่จะช่วยพ่อได้

 

Photobucket

อาวุธของเค้าก็คือ แห้งชาม

 

Photobucket

และน้ำชาม

Photobucket

แล้วตูจะกินหมดไหมเนี่ย

 

Photobucket

หลังจากเจอท่านจอมยุทธพ่อก็เป็นอย่างนี้ทั้งคืน

 

Photobucket

เดี๊ยงช่วงนี้ต้องดูแลกิจการของร้านเพราะพ่อกะแม่ยุ่งมากๆ เนี่ยพี่จอยมาทำงานเดี๊ยงต้องเฝ้าเองครับ

 

Photobucket

ชวนเจ้าหมูอ้วนก็ได้แต่ยิ้ม ไม่ช่วยงานกันเลย

 

Photobucket

คู่นี้ก็จีบกันใหญ่ ไม่อยากขัดคอ

 

Photobucket

คุงป้อต้องเตรียมงานแสดง ตอนนี้ครบ50ชิ้นแล้วคร้าบ

 

Photobucket

คุงแม่จัดร้านใหม่แก้เครี%

Favourites